My haul
UD naked palette
อวดของค่ะ ง่ายๆไม่อ้อมค้อม เป็นไอเท็มยอดฮิตของสาวๆทั่วโลก ที่ใครๆก็กรี๊ดกร๊าดเมื่อได้เป็นเจ้าของ (เว้นแต่เรา กรี๊ดนิดๆ เพราะได้มางงๆ)
เตือนก่อนเลยว่า ใครจะซื้อมามาใช้นั้น ให้หาข้อมูลดีๆถึงดีที่สุด เพราะมีของปลอมเยอะมาก ปลอมคล้ายมาก เว้นเนื้อสี ตอนนี้มี naked 2 ก็มีของปลอมแล้วด้วย มีรีวิวการดูของปลอมออกมาบ้าง ไปหาอ่านซะก่อนซื้อ และไม่มีขายในไทย ต้องพรีหรือซื้อจากคนหิ้วเข้ามา และตามเว็บทั้งหลาย ราคาไม่ตายตัว ให้ดูคนขายอย่างรอบด้าน แล้วท่านจะได้ของจริงมานอนกอด จงอย่าเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย ของจริงของปลอมราคาต่างกันนิดเดียวจริงๆค่า
ขอเตือนอีกอย่าง ถ้าไม่ได้แต่งตาอะไรเท่าไร ไม่ต้องซื้อหรอก พาเลตสีสุภาพคุณภาพโอเค ราคาน่าคบในบ้านเรามีอยู่นะ(ความเห็นส่วนตัว) ถ้าไม่มีงบจริงๆอย่าดิ้นรน ได้มาแล้วไม่กล้าใช้ มีไว้แต่แต่งไม่เป็น(เช่นเรานั่นเอง) เดี๋ยวก็หมดอายุเปล่าๆ หรือจะเก็บไว้ในลูกหลานดูก็ตามใจ ถามใจตัวเองก่อนอยากได้ ว่าจะได้ใช้และพร้อมลงทุน ก็ซื้อเลย
เขามาเป็นกล่องในพลาสติกใสชั้นนอก มีถาดรองสีม่วงๆ ตลับใหญ่พอดู ข้างในจะมีอายไพร์เมอร์ยอดฮิตไชค์เล็กมาให้ 1 อัน (ใช้ดีมากอ่ะ ทำให้อายไลเนอร์เราทนมากมาย เสียดายแพงชะมัด) ตัวตลับเป็นกำมะหยี่สีน้ำตาลเข้ม (ไม่ชอบอ่ะ มันเลอะง่าย) แต่ดูหรูหราทีเดียว แบบว่าไม่เคยมีอายแชโดว์พาเลตใหญ่ๆหลายสีแบบนี้อ่ะนะ ช่องๆที่เห็นในตลับก็เป็นช่องวางแปรงแต่ตามา 1 อัน ไม่รู้เก็บไว้ไหนละ แต่แปรงเขาเทพจริง ๆลงสี เบลนสี ลงคัดเบ้า (คัดไม่เป็นหรอกนะ แต่เคยพยายาม) ดีมากๆ ด้ามเที่ยวเที่ยวทั่วไทยได้เลยแหละ (รุ่นแรกๆเหมือนจะแถมดินสอเขียนขอบตานะ อันนั้นเห็นหลายเสียงว่าดี แต่เราชอบที่แถมแปรงมากกว่า ใช้ไม่มีวันหมด )
เนื้อสีสวยม๊ากกก และสีชัดมาก แตะนิดเดียว ปั๊ด ติดซะชัดเชียว อายแชโดว์เกาหลีชิดซ้ายตกเหวไปเลย ไม่ติดฝุ่น
วิ้ง ไม่สิ ไม่วิ้งนะแบบนี้ ออกวาวๆ ภาษาในวงการเรียกอะไรไม่รู้อ่ะ แต่วาวแบบผู้ดี สว่างเงาตามแสงที่ตกกระทบแล้วสวยสุดยอด มิน่าคนถึงหลงรักเจ้าเปลือยกันนัก เป็นโทนที่จัดมาเข้ากันมาก จะจับสีไหนมาใช้คู่กัน ก็ดูดีมีความสามารถไปหมด ใช้ไม่เป็นยังรักเลย วันที่ได้มา นั่งดมนั่งมองอยู่ตั้งนาน 555+
รูปล่างเป็นสีใต้แสงธรรมชาติ โทนเขาสวยดีเนอะ ได้ทุกลุค กลางวันกลางคืน
ใต้แสงไฟ จากซ้ายสุดมา ชอบที่ช่อง 1 กับ 2 มากๆ ทาง่ายดี อิอิ
ใต้แสงไฟช่องถัดมา
และ4ช่องสุดท้ายใต้แสงไฟ
มาดูแสงธรรมชาติใกล้ๆบ้าง
สีที่เหลือใต้แสงธรรมชาติ
ข้อดี
- เนื้อสีนิ่ม สีสวย ชัด เนื้อดีมาก ไม่มีฝุ่นสีหรือเกล็กกลิตเตอร์ร่วงให้รำคาญ(แบบของเกหลี พาดพิงอีกละ)
- ใช้ได้หลายโอกาส คุ้มค่า(ถ้ามีเงินและแต่งเป็น)
- แปรงที่แถมมา ดีมาก (น่าจะแถมมาเยอะๆอิอิ)
- อายไพร์เมอร์เทพมาก(อีกแล้ว) ใช้คู่กับสีอายแชโดว์แล้วติดทน สีสวย เขาเกิดมาคู่กันจริงๆ
- พาเลตพับฝาลงไปด้านหลังเพื่อรองใต้ถาดสีได้ ขนาดโอเคไม่ใหญ่ไม่เล็กๆ แต่จะให้พกติดกระเป๋าคงไม่ดีนะ เยอะไป ตลับแข็งแรงดีไม่ก๊องแก๊ง
- มีแล้วรู้สึกเหมือนจะสวยขึ้น50 % (ผลทางใจล้วนๆ)
ข้อเสีย
- กระจกที่อยู่ในตลับมันเล็กไป หรือว่าหน้าเราบานก็ไม่รู้ (naked 2 ก็เลยให้มาบานใหญ่เต็มฝาสะใจไปเลย ฮ่าๆ)
- ตลับด้านนอกที่เป็นกำมะหยี่เปื้อนง่ายนะ แต่ถ้าเอาผ้าชุดน้ำบีบหมาดๆเช็ดก็พอได้
- ราคาแพง (2 ตลับ 100 ได้ป่ะ อิอิ)
- หาซื้อยาก ไม่ีมีเคาน์เตอร์อย่างเป็นทางการในประเทศไทย
- คนเห่อเยอะ มีแล้วโหล (ว่าไปนั่น)
Mac mineralize skinfinish : medium
เป็นแป้งที่ใช้ปัดในขั้นตอนสุดท้ายหลังแต่งหน้าเสร็จ เคลมว่าจะได้หน้าเนียนสวย ดูดี อันนี้ซื้อเอง หาข้อมูลเอง กัดฟันแทบตาย ราคาแล้วแต่สถานที่ ไม่ได้ซื้อเคาน์เตอร์เพราะกลัวบีเอ(ไม่ได้กลัวโดนกัด แต่กลัวโดนขายของหลายชิ้น ชิ้นเดียวก็จนละเรา)
ตอนแรกอยากได้สีอ่อนกว่านี้เฉดนึง (เพราะคิดว่าตัวเองขาว) แต่หาเท่าไรก็ไม่มีเว็บไหนมี(หมดอ่ะ) เลยสอยสีนี้มา ได้มาตอนแรก นั่งมองว่าชั้นเสียเงินเกือบพันเพื่ออะไรเนี่ย คือแบบว่า ที่อยากได้ตัวนี้เพราะเป็นคนหน้ามันมากถึงมากที่สุดไง ทีนี้พอลงเบสคิสคุมมันแล้วรู้สึกว่าหน้าแมทเกิน(ในช่วงแรกนะ พอเวลาผ่านไปก็มันเยิ้มเหมือนเดิม) ครั้นจะหาไฮไลต์มาปัด คือมันไม่ใช่อ่ะ ลองมาหลายตัวอยู่(เกาหลีซะมาก) ก็สวยดี แต่พอมันเริ่มออก หน้ามันไปกันใหญ่ทีเดียว ปัดน้อยก็แล้ว ปัดบางส่วนก็แล้ว เอาฟร่ะ ลองแป้งนี้ดีกว่า เห็นเขาว่า(เขาน่ะใคร) มันทำให้ทุกอย่างเบลอๆสวยๆ ดูลุคแพง แบบถ้าแป้งเซตตัวลงกับผิวจะดูดี (อธิบายไม่ถูกอ่ะ) ก็เลยได้มาเนี่ยแหละ
สีแป้งประมาณนี้ สีสว่างกว่าของจริงนิดหน่อยนะคะ
ตรูด เอ๊ย หลังตลับเป็นแบบนี้ (คิดว่าน่าจะมีของปลอมนะ อยากได้ควรหาข้อมูลและซื้อกับแหล่งที่ไว้ใจได้เท่านั้น ไม่ก็ตรงไปเคาน์เตอร์ซะ)
ความคิดเห็นส่วนตัว
ข้อดี
- แป้งเนื้อเบามาก (ใช้คู่กับแปรงคาบูกิเท่านั้น ห้ามจกด้วยพัฟหรือแปรงแป้งเด็ดขาด)
- สีที่เลือกมามันเท่ากับผิวเป๊ะเลย(คือไม่ได้ขาวอย่างที่หลอกตัวเองนั่นแหละ)
- ปัดเสร็จ อืม มันดูเบลอๆเบลนๆทุกสิ่งอย่างบนหนังหน้าได้สวยดีนะ แต่ต้องปัดน้อยๆบางๆจริงๆ ห้ามหนักมือเด็ดขาด พอกระทบแสง แล้วดูหน้ามีมิติอย่างหาสาเหตุไม่ได้ สวยขึ้นมา(ในสายตาตัวเอง)ทันที
- เหมาะกับเป็นแป้ง Touch up (แป้งเติมระหว่างวัน) ทำให้ไม่ดูว่าเติมหน้า(หนา) มันดูสวยเสมอสวยพอดี(ถ้าใช้เป็น) สวยอยู่ตลอด เหมือนไม่เคยเติมแป้ง
- เนื่องจากใช้ครั้งละน้อยมาก เทียบกับปริมาณรวม น่าจะใช้ได้นาน
ข้อเสีย
- แพง(ขึ้นอันดับแรกเลย อิอิ)
- ตลับไม่มีแปรง ไม่มีกระจก ตลับสีดำสไตล์ mac นั่นแล พอฝุ่นแป้งกระจายก็เปื้อนเชียว
- แป้งเป็นฝุ่น ปัดแล้วแป้งฟุ้งอยู่ อย่างที่บอกว่าต้องใช้คู่กับแปรงคาบูกิเท่านั้น สุดท้ายต้องไปสอยแปรงคาบูกิมาอีก(เลือกถูกๆเพราะหมดตัว) ช่วงแรกกะน้ำหนักมือไม่ถูก ปัดมาก หน้ามีมิติเกินไป ใกล้มิติพิสวง และยิ่งปัดมาก ตอนหน้ามัน จะวาวเกิน
- ไม่ควรปัดช่วงทีโชนถ้าหน้ามัน เพราะจะยิ่งทำให้หน้าดูมันกว่าความจริงเกือบ 20 %
- สามารถซับมันก่อน ปัดเพิ่มได้ระหว่างวัน แต่ขี้เกียจพกแปรงไปด้วยอ่ะ แปรงคาบูกิหัวมันบานๆ พกไม่ดี เสียทรงอีก หักคะแนนซะเลย นี่แหนะ
- ควรเลือกสีอ่อนกว่าผิว 1 เฉด เพราะพอสีมันดรอปลงจะพอดี อย่างสีที่ใช้คิดว่าสีนี้ทำให้หมองลงนิดหน่อยเพราะมันสีเท่าสีผิวเป๊ะไป เลยอาศัยลงบีบีหรืออรองพื้นบางๆที่ขาวขึ้นอีกนิดมาหักล้างกัน
จบแล้วค่ะ ของ 2 ชิ้นที่หวง(หวงนะเพราะแพง) เป็นแบรนด์ราคากลางถึงแพงที่มีในครอบครอง พาเลตอายแชโดว์ไม่ได้ใช้ ส่วนแป้งใช้อยู่ เสียดาย ทุกวันนี้ลงบีบีหรือรองพื้นบางๆพอให้หนังหน้าดูดีขึ้น ลงแป้งไม่ผสมรองพื้น ปัดแก้ม กรีดตา ปัดมาสคาร่า เขียนคิ้ว ปัดแป้งนี้ทับ จบละ ไม่มาก แต่พอไม่เป็นศพ ฮ่าๆ ไว้จะขุดของบ้านๆที่มีมาเล่าสู่กันฟังอีกนะ















0 comments:
Post a Comment